ติดต่อราชการ 94 แห่งเพียงคลิกเดียว
ปีใหม่นี้ คนไทยจะได้ใช้เครื่อง “เอ็มพีเอ็ม” ทำรายการด้านทะเบียนราษฎรได้เอง ไม่ต้องเสียเวลาไปติดต่อสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอเหมือนที่เราไม่ต้อง เสียเวลาไปถอนเงินที่ธนาคาร หลังมีเครื่อง “เอทีเอ็ม” ให้กดเงินสดได้ทั่วประเทศ
เครื่อง “เอ็มพีเอ็ม” (Multi Purpose Machine: MPM) หรือเครื่องบริการทะเบียนอัตโนมัติ เป็นพัฒนาการต่อเนื่องมาจากการใช้บัตรประชาชนอเนกประสงค์ หรือสมาร์ทการ์ด ที่เป็นบัตรประชาชนรุ่นล่าสุด แทนบัตรประชาชนแถบแม่เหล็ก โดยเริ่มใช้บัตรสมาร์ทการ์ดมาตั้งแต่กลางปี 2547 ที่ใช้ไมโครชิพบันทึกข้อมูลและเพิ่มรายการเจ้าของบัตรมีชื่อ สกุลภาษาอังกฤษ ดำเนินการโดยสำนักบริหารการ ทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่ลงนามบันทึกข้อตกลงกับ 94 หน่วยงานเพื่อเชื่อมโยงการใช้ข้อมูลในบัตร อำนวยความสะดวกประชาชน ใช้สมาร์ทการ์ดใบเดียวไม่ต้องพกบัตรประจำตัวหลายใบ ปัจจุบันนำร่องใช้บัตรประชาชนสมาร์ทการ์ดแทนบัตรอื่น ๆ เช่น บัตรประกันสังคม บัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล การใช้บัตรประชาชนต่อใบอนุญาตหนังสือเดินทางโดยไม่ต้องใช้ทะเบียนบ้าน และเตรียมขยายการเชื่อมต่อข้อมูลในบัตรกับส่วนราชการที่เหลือ
ล่า สุดสำนักบริหารการทะเบียน ได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่เพื่อพัฒนาการใช้บัตรสมาร์ทการ์ดโดยนำเครื่องเอ็มพี เอ็มมาใช้งาน มีแนวคิดเดียวกับการใช้ตู้เอทีเอ็มกดเงินสด ประชาชนสามารถทำรายการด้านทะเบียนผ่านตู้ได้เองแต่จำกัดผู้ใช้งานเฉพาะผู้มี บัตรประชาชนสมาร์ทการ์ดเท่านั้นโดยสอดบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ดเข้าช่องเสียบ ระบบจะให้เลือกว่าจะใช้รหัสลับหรือสแกนลายนิ้วมือกรณีใช้รหัสลับ 4 หลักไปติดต่อขอรหัสที่สำนักงานเขตและอำเภอทุกแห่ง จากนั้นเลือกระบบงานทะเบียนที่จะทำรายการทั้งงานทะเบียนราษฎรทะเบียนบัตร ทะเบียนครอบครัว ทะเบียนชื่อสกุล ทะเบียนเลือกตั้ง ทะเบียนคนต่างด้าว และหน่วยงานภายนอก
เบื้องต้นยังใช้งานได้เฉพาะการทำรายการ ทะเบียนราษฎร ทะเบียน บัตร และทะเบียนเลือกตั้ง โดยงานทะเบียนราษฎรทำรายการได้ เช่น ตรวจสอบประวัติส่วนตัว การคัดสำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนสมรส และทะเบียนหย่า มีช่องให้หยอดเหรียญจ่ายค่าบริการ เช่น การคัดสำเนาทะเบียนบ้าน 10 บาท รวมทั้งแจ้งย้ายเข้าปลายทางแต่กรณีการย้ายเข้าต้องนำเจ้าบ้านไปทำรายการด้วย รายการทะเบียนบัตร สามารถตรวจสอบประวัติการทำบัตรประชาชนและการใช้บัตรสมาร์ทการ์ด ส่วนรายการ ทะเบียนเลือกตั้ง ตรวจสอบการใช้สิทธิเลือกตั้งเฉพาะของ ส.ส. และ ส.ว. การขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตตรวจสอบการลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขต ยกเลิกการลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขต ตรวจสอบการใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณา จักร รวมทั้งตรวจสอบการเสียสิทธิเลือกตั้งก็ได้
เบื้องต้นกรมการ ปกครองได้จัดซื้อ 13 เครื่อง เครื่องละ 400,000-500,000 บาท ให้จังหวัดแต่ละภูมิภาคและกรุงเทพมหานคร (กทม.) ทดลองนำร่องให้ประชาชนใช้บริการ โดยกรมฯ จะทยอยส่งมอบเครื่องให้ กทม. และจังหวัดต่าง ๆ เริ่มให้บริการราววันที่ 2 ม.ค. 2553 นี้ เป็นของขวัญปีใหม่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเซตโปรแกรมความพร้อมให้มากที่สุด ส่วนของ กทม. กรมฯ มอบให้ 2 เครื่องไปติดตั้งที่สำนักงานเขตบางเขนและเขตบางขุนเทียน ทั้งนี้ในปี 2553 กรมฯ จะจัดซื้อเพิ่มอีก 50 เครื่อง ให้ครอบคลุมขึ้น
นาย วิเชียร ชิดชนกนารถ ผู้อำนวยการส่วนบริหารและพัฒนาเทคโนโลยีการทะเบียนสำนักบริหารงานทะเบียนบอก ว่า จะพัฒนาโปรแกรมการใช้งานให้ประชาชนได้รับความสะดวกขึ้น เช่น ทะเบียนรายการของคนต่างด้าว รายการทะเบียนชื่อสกุล รวมทั้งเชื่อมต่อข้อมูลกับส่วนราชการต่าง ๆ 94 หน่วยงาน ที่เชื่อมโยงข้อมูลสมาร์ทการ์ด เพื่อให้เครื่องไฮเทคมากขึ้น นอกเหนือจากการทำรายการทางทะเบียนได้แล้ว สามารถใช้บริการอื่น ๆ ได้เช่น ตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาลเพื่อเปลี่ยน รพ. ที่จะใช้บริการตามโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค การชำระภาษีรถประจำปี การตรวจสอบการได้รับใบสั่งหรือการชำระใบสั่งผ่านเครื่อง หากประชาชนตอบรับและทั้ง 94 หน่วยงานให้ความร่วมมือจะดำเนินการได้แน่นอนภายในปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่มียอดบัตรสมาร์ทการ์ดครอบคลุมประชากรที่ต้องมีบัตรประชาชนทั้ง 40 ล้านคน จากปัจจุบันมีประชา ชนใช้บัตรสมาร์ทการ์ดราว 20 ล้านคน เพราะในปี 2553-2554 บัตรประชาชนแถบแม่เหล็กจะทยอยหมดอายุพอดีต้องไปทำบัตรใหม่ อีกทั้งต่อไปจะสามารถยกเลิกการใช้ทะเบียนบ้าน เพราะใช้บัตรประชาชนใบเดียวสะดวกทั้งหมด แถมทำรายการผ่านตู้ได้หมด นอกจากนี้อนาคตจะนำไปติดตั้งบริเวณหน้าหมู่บ้าน หน้าเซเว่น เพื่อให้ประชาชนทำรายการผ่านตู้เอ็มพีเอ็มใกล้บ้าน จากปัจจุบันที่ต้องติดตั้งตามสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอต่าง ๆ ไปก่อน เพื่อให้มีเจ้าหน้าที่แนะนำช่วงที่ยังไม่คุ้นเคยการใช้งาน
นับว่าได้ประโยชน์มหาศาลทั้งลดขั้นตอน ลดบุคลากร การทำงาน ประหยัดกระดาษประหยัดเวลา เซฟงบประมาณประเทศชาติ.
ที่มา: http://www.biblediscuss.com/board/viewtopic.php?f=20&t=3174



ว่ากันเลยแล้วกัน สำหรับการสอบ Listening ของ IELTS นั้น Part 4 ถือว่าเป็นส่วนที่ยากที่สุด เพราะจะเป็นการฟังบทสนทนาแบบ monologue คือมีผู้พูดคนเดียวแล้วก็บรรยายไปเรื่อยๆ การจะฟังแล้วตอบเลยนั้นถือว่ายากมาก เพราะคำศัพท์ที่ได้ยินกับที่คำถามใช้นั้นเป็นคนละคำกัน แต่มีความหมายเดียวกัน synonym นั่นเอง แถมบางครั้งยังต้องทำการตีความสิ่งที่ได้ยินก่อนด้วย






















































Comments